Day 6: Eindhoven 1st Time (ตอน ทำทุกอย่างครั้งแรก)

วันนี้กลับมาตื่นก่อนนาฬิกาปลุกแล้วครับ ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเหมือนช่วงแรกๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆเนอะะะ 5555 > < ที่ตื่นเช้าก็ไม่ใช่อะไรหรอก อย่างที่ได้บอกไปก็หน้านี้แล้วว่า วันนี้ผมมีนัดทานข้าวที่เมือง Eindhoven ตอนบ่ายโมงครึ่ง ผมก็เลยตื่นแต่เช้าด้วยความตื่นเต้น และกังวลด้วยแหละ = =" ผมก็อาบน้ำแต่งตัวตามปกติเหมือนที่ทำทุกวัน (เห็นซกมกแบบนี้ ผมอาบน้ำทุกวันเช้า-เย็นนะเออ 5555) พอ 9 โมง ผมก็รีบเดินไปที่ร้าน Jumbo ทันที เพื่อไปซื้อเสบียงมาตุนไว้สำหรับช่วงต่อจากนี้ ถ้าไปซื้อของสายกว่านี้จะไม่มีเวลาสำหรับหลงตอนนั่งรถไฟไปที่ Eindhoven (เผื่อเวลาหลงด้วย รอบคอบมั้ยหล่ะ 5555)

ระหว่างเดินเจอนกด้วยแหละ 5555 เดินมาระยะประชิดแบบไม่กลัวคนเลยแฮะ

พอเข้ามาที่ Jumbo แน่นอนว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมมาซื้อของที่นี่ ก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่าอะไรควรซื้อไม่ควรซื้อ 5555 แล้วคราวนี้ก็ใช้เวลาตัดสินใจน้อยลงด้วย แต่ประเด็นคือค่าใช้จ่ายรวมมันเพิ่มขึ้นแฮะ สงสัยเพราะตัดสินใจน้อยลงเนี่ยแหละ = =" และตอนมาจ่ายตัง พนักงานก็ทักผมเป็นดัตช์ ผมก็บอกเค้าเลยว่า English, please เค้าก็คุยกับผมเป็นภาษาอังกฤษ ถือเป็นพัฒนาการที่ดีและเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผมนะ 5555 และสรุปประโยคตอนท้ายที่เค้าถามผมไม่ใช่ถามเรื่องถุงพลาสติกหว่ะครับ เค้าถามเรื่องใบเสร็จ เพิ่งรู้ตอนบอกให้เค้าพูดเป็นอังกฤษนี่แหละ _ _" (อย่างที่พี่ Thampoo Khaemika บอกมาในเฟสบุ๊คจริงๆด้วย ขอบคุณมากนะครับ ^^)

ของที่ซื้อมาเช้านี้ ในสนนราคา 10.45 ยูโร ไม่รู้ถูกหรือแพง = ="

ซื้อของเสร็จปุ๊บผมก็ทำอาหารเช้ากิน และก็เก็บของล้างจานให้เรียบร้อย (เผื่อรูมเมทย้ายมาตอนเราไม่อยู่ เพราะวันนี้วันจันทร์) จากนั้นพอเที่ยง ผมก็รีบเดินไปที่สถานีรถไฟ Venlo เพิ่อทำการซื้อตั๋วรถไฟ โดยผมเข้าไปซื้อกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ Ticket&Service เพราะผมไม่มีเหรียญไปหยอดซื้อตั๋ว โดยผมซื้อเป็นตั๋วชั้น 2 ไป-กลับ Venlo-Eindhoven สนนราคาอยู่ที่ 19.60 ยูโร สูงเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ =[]= ซึ่งผมก็ทำอะไรหลังจากนั้นไม่เป็นเลย ต้องถามพนักงานให้เค้าอธิบายสเต็ปบายสเต็ปเลยทีเดียว สรุปคือ เวลาก่อนขึ้นรถไฟเราต้องเอาบัตรไปแตะเครื่องอ่านเป็นการ Check-in ก่อน และเวลาลงจากรถไฟเราก็ต้องแตะอีกรอบที่สถานีปลายทางเพื่อเป็นการ Check-out (รู้สึกว่าถ้าใช้ OV-Chipkaart แล้วลืมแตะบัตร ปรับหลายตังอยู่นะ - -)

ตั๋วรถไฟที่ผมซ์้อครับ เป็นตั๋วรถไฟแบบใช้ครั้งเดียว จะคล้ายๆ BTS บ้านเรา ส่วนอีกแบบนึงอย่าง OV-chipkaart ก็ประมาณแร็บบิทการ์ดบ้านเราแหละ

แล้วผมก็วิ่งมาที่ชานชาลา แล้วรีบขึ้นรถไฟทันที เพราะมันใกล้เวลารถไฟจะออกแล้ว ไม่งั้นต้องรออีกครึ่งชั่วโมง ซึ่งพอเข้ามาแล้วบรรยากาศข้างในดีมาก อากาศกำลังดีเพราะฮีตเตอร์ เบาะก็ดูโอเคกว่าบ้านเราเยอะแม้ว่าจะเป็นตั๋วชั้น 2 ก็เหอะ โดยบนรถไฟจะมีจอมอนิเตอร์แสดงอยู่เกือบตลอดว่าตอนนี้อยู่ที่สถานีไหนแล้ว กำลังจะถึงที่ไหนตอนกี่โมง ซึ่งจากที่ผมอ่าน รถไฟจะออกตอน 12.20 น. แล้วไปถึง Eindhoven ตอนบ่ายโมงพอดี

ให้ตายสิ!!! อยากให้รถไฟไทยมีเก้าอี้แบบนี้ทั้งโบกี้บ้างจัง 5555

วิวสองข้างทางระหว่างเดินทางก็จะสลับกันระหว่างธรรมชาติสวยๆกับถนนเล็กๆน่าร้ากกก กุ้งกิ้งๆ แบบนี้ตลอดทาง

แล้วพอถึงบ่ายโมง รถไฟก็ถึงพอดีเป๊ะๆ เลย ต้องยอมรับจริงๆว่าระบบขนส่งสาธารณะที่นี่แม่นยำระดับนาทีเลยทีเดียว ผมก็ลงจากรถไฟมาที่สถานี Check-out ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมก็เริ่มสังเกตรอบๆ ผมสัมผัสได้เลยว่ามันแตกต่างกับที่ Venlo มากมาย สถานีก็ใหญ่กว่า ผู้คนก็เยอะกว่า อาคารต่างๆก็ใหญ่กว่าแบบเห็นได้ชัด แล้วพี่ไนท์ก็มาพร้อมกับพี่อันอัน อีกหนึ่งนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 4 รอบที่ 2 เหมือนผม แต่เพิ่งเดินทางมาถึงตอนเช้า จากนั้นพี่ไนท์ก็พาเข้าไปร้านอาหารเอเชียชื่อ Umi Kaiseki ซึ่งด้านในก็มีรุ่นพี่อีกคนรออยู่แล้ว ชื่อพี่ผักกาด กำลังจะมาเรียนที่เดียวกับพี่อันอันใน Eindhoven นี่แหละ แล้วเราก็ทานมื้อเที่ยงกันที่นั่น รสชาติโอเคมั้ยไม่รู้ แต่มื้อนี้มีข้าวสวยด้วยก็พอแล้ว คิดถึ้งงง คิดถึง > <

บรรยากาศโดยรอบ และสถานีรถไฟในเมือง Eindhoven อาคารนู่นนี่ดูใหญ่ไปหมด อย่างกับ Metropolis แหนะะะ

จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปที่หอพักของพี่อันอัน ลักษณะภายนอกดูเก่าเล็กน้อยเพราะสร้างมานาน และแลดูค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดหน่อย ภายในก็มีอุปกรณ์ต่างๆนานาคล้ายๆผม ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก เหมือนกัน วิวสวยกว่าอีกตะหาก แต่ราคาแค่ 261 ยูโรต่อเดือน!!! เห้ยยย ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนวะ ทางนี้จ่ายแพงกว่าเป็นร้อยยูเลยนะ ฮรือววว T^T คิดซะว่าผมจ่ายแพงกว่าเพื่อความใหม่ละกัน -3- แล้วทุกคนก็ส่งพี่อันอันแค่นั้น และพี่ไนท์ก็กลับมาส่งผมที่สถานีรถไฟ Eindhoven แต่ผมยังไม่กลับหรอกครับ ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกอย่างนึง อิอิ

โฉมหน้าพี่อันอัน กับหน้าประตูหอตัวเองที่พี่แกเปิดไม่ค่อยจะออก 5555 แหม่ หยั่งกะนางแบบ :/

จำที่ผมเคยบอกได้มั้ยครับว่า วันพรุ่งนี้ผมจะต้องไปเข้าค่าย FIBS Intro 2014 และทีมผมรีเควสมาว่าต้องใส่หมวกขาว เสื้อน้ำเงิน กางเกงแดง (ให้แมตช์กับสีธงชาติรัสเซีย) วันนี้ผมเลยถือโอกาสซื้อเสื้อผ้าพวกนั้นซะเลย ผมลองโทรถามพี่เตย (อีกแล้ว) ถึงแหล่งช็อปปิ้งเสื้อผ้าใน Eindhoven และพี่แกก็จิ้มมาที่ Primark ครับ Primark เป็นห้างสรรพสินค้าที่ขายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายราคาถูก (อย่างน้อยก็ถูกสำหรับที่นี่อะนะ -.-) อารมณ์ประมาณพาหุรัดหรือแพลตินั่มเมืองไทยกันเลยทีเดียว ผมก็ลองเดินไล่ดูไอ้เสื้อผ้าที่ว่ามาตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 4 มันก็มีไม่ครบหว่ะครับ มีแค่เสื้อสีน้ำเงิน (ความจริงมีกางเกงแดง แต่ก็เป็นของผู้หญิง) สุดท้ายก็ซื้อมาแค่เสื้อก่อน แต่อย่างน้อยการมาที่นี่ก็ทำให้ผมกล้าพูดกับพนักงานขายละครับ เฮ้~~~ (ซึ่งควรจะกล้าตั้งนานละ = =)

และผมก็ตระเวนหาเสื้อผ้าชิ้นอื่นต่อ จนกระทั่งไปตายอยู่ที่ร้านเดิมๆครับ H&M 555555555 (คือตอนอยู่ไทยแล้วผมเตรียมเสื้อผ้ามานี่ก็วนๆอยู่แค่ 3 แหล่ง Uniqlo, Platinum และก็ H&M นี่แหละ แลดูสิ้นคิดเบาๆ -3-) ซึ่งที่นี่ผมก็ได้ครบทั้งหมวกขาว และกางเกงแดง (ถึงมันจะไม่ค่อยแดงเท่าไหร่ แต่เอาเหอะ ห้างจะปิดแล้ว ยังไงก็ใส่ครั้งเดียว 5555) แต่ต้องยอมรับว่าราคามันมหาโหดจริงๆเมื่อเทียบกับ Primark จากที่ดูราคาเสื้อมา แบบคล้ายกัน Primark 12 ยูโร H&M ล่อไป 25!!! =[]= ซึ่งเป็นโชคดีที่อีกไม่นาน Primark ก็จะมาเปิดสาขาที่ Venlo แล้ว จะได้ไม่ต้องไปไหนไกล 5555

หลังจากช็อปปิ้งเสร็จผมก็นั่งรถไฟกลับมาที่ Venlo แล้วก็ได้ทำเรื่องใหม่อีกเรื่องนึงคือ เข้าร้านฟาสต์ฟู้ดเองครับ = =" แต่ก็ยังไม่กล้าสั่งอยู่ดีนะ 5555 คือหลายๆร้านที่นี่เค้าจะมีเป็นตู้หยอดเหรียญ แล้วในตู้ก็จะมีของเป็นล็อกๆไป ล็อกนี่แฮมเบอร์เกอร์ ล็อกนั้นโครเก้ต์ อะไรแบบนี้ แค่เราหยอดไปพอดีกับราคา (ต้องพอดีเลยนะ เพราะตู้มันไม่ทอนเหรียญ คือเริ่มรู้ละว่าเหรียญสำคัญ -.-) เราก็จะเปิดตู้ออกมาได้ ซึ่งผมก็จัดแฮมเบอร์เกอร์มาอันนึง สนนราคา 2.50 ยูโร ถือว่าแพงนะ = =" แล้วผมก็เดินกลับมาที่หอ ได้นอนอืดอยู่บนเตียงซะที หลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน

หน้าตาแฮมเบอร์เกอร์ที่ผมไปสอยมาจากตู้หยอดเหรียญร้านฟาสต์ฟู้ด ตอนถือนี่มือสั่นเลยนะ ตื้นตัน 5555

บางทีมันก็น่าแปลกนะที่ผมอยู่ที่ Venlo มาเกือบ 5 วัน แต่ผมไม่กล้าทำอะไรเลย พอไป Eindhoven วันเดียว กลับกล้าที่จะทำอะไรเยอะแยะไปหมด (เอ๊ะ หรือว่าผมควรย้ายเมืองดี 5555) แต่ผมสัมผัสได้ว่าผมกำลังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ครั้งแรกหลายๆอย่างกับค่ายที่กำลังจะมาถึง (แม้จะมีมนุษย์พี่คนนึงพยายามไซโคสุดฤทธิ์จนบางทีก็ฝ่ออะนะ -3-) พรุ่งนี้เจอกัน FIBS Intro 2014!!!

และแล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี...

Frozenize

View posts by Frozenize
A random guy, doing random stuffs that he randomly feels passionate about.

Leave a Reply

Scroll to top