Day 894: Nostalgia

ขออนุญาตทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าหายไปเป็นชาติแล้วเพิ่งคิดจะมาเขียนบล็อกเขียนบทความใหม่ (แต่สัญญาว่าจะไม่สัญญาอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว 5555) และขอไม่เล่าแล้วกันว่าช่วงที่หายไปไปทำอะไรบ้าง แหงหล่ะ ก็นี่มันไดอารี่นี่หน่า (เอาแต่ใจชะมัด - -)

วันนี้จะมาเล่าเรื่องๆหนึ่ง โดยมีจุดเริ่มต้นเรื่องอยู่ที่ "บอร์ดเกม" ครับ บอร์ดเกมหรือเกมกระดานทั่วไปที่เราคุ้นเคยนั่นแหละ

ถ้าใครสงสัยว่าบอร์ดเกมคืออะไร ก็เกมเศรษฐี หมากฮอส หมากรุก เกมบันไดงู เกมพวกนั้นแหละครับ บอร์ดเกม หรือถ้ายังไม่เก็ต ลองเข้าไปชม VTR เกี่ยวกับบอร์ดเกมคร่าวๆ จาก All A Board ดูได้ครับ

ซึ่งผมเองเดิมทีก็ไม่ได้เป็นคนชอบบอร์ดเกมมากขนาดนั้น มีที่ชอบเล่นหมากฮอส หมากรุก บันไดงู แล้วก็เกมเศรษฐีกล่องกระดาษอยู่บ้าง จนกระทั่งปีสองปีที่ผ่านมา ได้เจอกับรายการบน YouTube ที่ชื่อ Board Jockey ของช่อง Salmon House (แชนแนลของบริษัทโปรดักชั่นที่มีวีดีโอไวรัลมากมายอย่างลุงเนลสัน Bangkok 1st Time นั่นไง) และรายการ Board Game Night ของช่อง TVmunk Official (ช่อง YouTube แรกๆของไทย) ก็ทำให้เราได้รู้ว่า "เฮ้ย บอร์ดเกมมันไม่ได้มีแค่หมากรุกหมากฮอสแค่นั้นนะเว้ย" ได้เจอกับเกมที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง Catan, Avalon, Ultimate Werewolf ฯลฯ เราก็ผันตัวมาเป็นผู้ชื่นชอบการเล่นบอร์ดเกมไปโดยปริยาย

*เข้าไปติดตามทั้งช่อง Salmon House และ TVmunk Official กันด้วยนะครับ ช่องผลงานคุณภาพจริงๆ โปรโมทฟรีไม่คิดตังด้วยเอ้า 5555

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมก็จมอยู่กับบอร์ดเกมแนวต่างๆมากมายใน Tabletop Simulator หรือ TTS บน Steam (แฟนคลับบอร์ดเกมตัวยงอย่าด่าผมเลย ที่ต้องเล่นบอร์ดเกมใน Tabletop Simulator นี้เพราะผมไม่มีทั้งเพื่อนเล่นและตังซื้อแบบ physical ฮือออ) ชนิดที่ว่าเล่นทุกวันที่มีเวลาว่างจนเสียงานเสียการอยู่เหมือนกัน โดยมี 305 ชั่วโมงเป็นเครื่องพิสูจน์ 5555

*สำหรับใครที่สนใจใน Tabletop Simulator อยากจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร ลองเข้าไปดูตัวอย่างในหน้า Steam ก่อน หรือจะลอง search หานักแคสบอร์ดเกมใน YouTube ดูก็ได้นะครับ แหะๆ

ทีนี้ ด้วยความที่ว่าเราเล่นแต่เกมบน TTS ซึ่งคนบนนั้นส่วนใหญ่ก็เล่นแต่เกมที่ค่อนข้างจะหลากหลาย เรียกได้ว่าแทบไม่เห็นคนเล่นเกมจำพวกหมากรุกหรือเกมเศรษฐีมากนัก ส่วนหมากฮอสเหรอ ไม่ต้องพูดถึง แทบไม่เคยเห็นคนสร้างห้องหมากฮอสเลย

เกริ่นมาอยู่นาน และแล้วก็เข้าเรื่องซะที เฮ้อออ

วันนี้หลังจากที่ผมกลับมาจากมหาวิทยาลัย ก็เปิด Laptop เข้ามาเล่น TTS ตามปกติ กะว่าจะหาห้องเกม Catan ซะหน่อย กลับไปสะดุดตากับห้องห้องหนึ่ง มันถูกสร้างขึ้นโดยบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ Chustler เป็นห้องเกม "Reversi" ครับ

ถ้าใครไม่รู้จัก Reversi อาจจะรู้จักหรือคุ้นกับมันในอีกชื่อหนึ่งคือ โอเทลโล่ (Othello) ก็ได้ ถ้านึกไม่ออกว่ามันหน้าตาเป็นยังไง เล่นยังไง แต่ขี้เกียจ Search หา วิกิมีคำตอบครับ คลิก!

โฉมหน้าเจ้า Reversi a.k.a. Othello คุ้นกันบ้างมั้ย?

ซึ่ง Reversi นี่มันเป็นเกมที่ผมโคตรจะผูกพันกับมันมากๆ เรียกได้ว่าภาพในอดีตนี่ย้อนมาเป็นฉากๆ เพราะมันเป็นเกมใน Electronic Dictionary ยี่ห้อ Talking Dict (ซึ่งคนไทยเรียกมันว่า Talking Dict เหมือนเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่ามาม่าไปแล้ว) คู่ใจของผมที่ผมมักจะหยิบมันมาเล่นฆ่าเวลาตอนรอรถกลับบ้านตั้งแต่สมัยประถมแล้ว และครั้งสุดท้ายที่ผมเล่นเกมนี้ ก็คือครั้งสุดท้ายที่ผมจับ Talking Dict เครื่องนั้น ก่อนมันจะถูกแทนที่ด้วย Smartphone นั่นแหละ

จะวาไป นี่นึกถึงอดีตนู่นนี่เหมือนคนแก่เลยเนอะ - -

กลับเข้าสู่เกม ด้วยความถวิลหาอดีต ผมก็กดเข้าไปเล่น Reversi กับนาย Chustler มา 2 ตา ชนะทั้ง 2 ตา คะแนน 42-22 กับ 36-28 มั้งถ้าจำไม่ผิด ระหว่างเล่นก็ถามจิปาถะว่า ทำไมถึงสร้างห้อง Reversi? เป็นผู้เล่นใหม่เหรอ? เพราะนายคนนี้ดูขยับนู่นนี่ไม่คล่องเท่าไหร่ สรุปก็คือเค้าเพิ่งเข้ามาเล่นครั้งแรกจริงๆ เลยอยากเริ่มด้วยอะไรง่ายๆ (อืมมม มีเหตุผล) เล่นเสร็จก็บอกลาตามมารยาทกันไป

แต่อีการเล่น Reversi สองตานั้นมันทำให้ผมคิดอะไรได้หลายๆเรื่องอย่างน่าแปลกใจ

เรื่องแรกคือเรื่องถวิลหาอดีตนี่แหละ ใครจะไปเชื่อว่าแค่การเล่นเกมจะทำให้เรานึกภาพย้อนกลับไปเป็นฉากๆได้ขนาดนี้ ทั้งตอนที่กำลังรอรถกลับบ้าน ทั้งตอนที่กำลังหัวเสียกับการวางหมากผิดแล้วโทษเครื่อง Talking Dict ว่าปุ่มไม่ดี (โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง =_=) อื้อหือ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงดีเนอะ ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขกว่านี้เยอะเลย

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของความ Basic ของบอร์ดเกม เพราะ Reversi เป็นเกมที่เล่นง่ายมากชนิดที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็เข้าใจได้แล้ว แต่สามารถทำให้เราเอ็นจอยกับมันได้พอๆกับเกมที่ใช้สมองมากๆบางเกมที่เราชอบเล่นประจำ หรือมากกว่าบางเกมซะด้วยซ้ำ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า ความเรียบง่ายของบอร์ดเกมมันอาจจะไม่ได้แปลว่ามันไม่ดีก็ได้นะ

ส่วนเรื่องสุดท้ายนี่ เป็นปรัญญาชีวิตครับ (ซะอย่างงั้น)

จากที่บอกไปในข้อสองว่าความเรียบง่ายมันไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี เราก็ย้อนกลับมามองกับการเล่นบอร์ดเกมของเรา ที่ก่อนหน้านี้เราเล่นแต่เกมที่มัน Advanced กว่านี้เยอะมาก จนเริ่มรู้สึกเอียนและเบื่อๆมันบ้างบางครั้ง แต่พอกลับมาเล่น Reversi แล้วมันทำให้รู้สึกว่า "เฮ้ย เราเล่นแล้วมีความสุขหว่ะ" ทั้งๆที่ตั้งแต่เล่นเกมนี้ครั้งสุดท้ายมา ผมไม่นึกถึงมันซะด้วยซ้ำ

มันเลยทำให้ผมคิดได้ว่า มันอาจจะเอามาใช้ได้กับชีวิตคนเราเหมือนกัน บางครั้งที่เราใช้ชีวิตสุดโต่ง จริงจัง แล้วรู้สึกว่ามันเหนื่อย มันยุ่งยาก มันซับซ้อน ให้ลองปล่อยวางกับมันบ้าง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่เครียดดูบ้าง นานๆครั้ง อาจจะทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุขมากกว่าก็ได้นะ 🙂

แต่เขียนมาจนถึงตอนนี้ เหมือนจะยังสลัดความรู้สึกถวิลหาอดีตนั้นไม่ได้เลยแฮะ อยากกลับบ้านจัง 🙁

เรื่องที่อยากจะเล่าก็มีแค่นี้แหละครับ 5555

สุดท้ายจะบอกว่า หลังจากนี้ถ้าผมมีอะไรอยากเล่า ก็คงจะมาพิมพ์ทิ้งไว้ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเสียโอกาสไปเท่าไหร่ ที่เรามีเรื่องอยากจะเล่าแต่ไม่ได้พิมพ์เล่าให้ใครฟัง จะด้วยความขี้เกียจหรืออะไรก็ตามแต่ หวังว่าผมจะขยันกว่านี้ด้วย ไม่ใช่ 100 กว่าวันโพสต์ทีนึง สงสารคนติดตาม 5555 (as if there is one :P)

แล้วเจอกันในโพสต์ต่อๆไปครับ 🙂

Tot ziens!

Frozenize

View posts by Frozenize
A random guy, doing random stuffs that he randomly feels passionate about.

Leave a Reply

Scroll to top